ข่าวไทยนิวส์ทีวีออนไลน์

หนังสือพิมพ์ ข่าวไทยนิวส์

Featured Posts

Sports

Games

เอไอเอ จัดงาน “LOVE YOUR VIBES” รักเรา รักษ์โลก ส่งต่อพลังบวกให้ตัวเราและโลกใบนี้

ไม่มีความคิดเห็น :

 


 KHAOTHAINEWS 

สำนักข่าว ข่าวไทยนิวส์  
ทั่วไทย ทั่วโลก 

เอไอเอ จัดงาน “LOVE YOUR VIBES” รักเรา รักษ์โลก ส่งต่อพลังบวกให้ตัวเราและโลกใบนี้ 
 
เอไอเอ ประเทศไทย จัดกิจกรรม “LOVE YOUR VIBES” ชวนพนักงานมาเติมพลังดี ๆ ทั้งสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และการดูแลตัวเองแบบรอบด้าน ในเดือนแห่งความรักที่ผ่านมา โดยมีคุณนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อนพนักงาน ซึ่งงานนี้จัดเต็มด้วยกิจกรรมหลากหลายที่สนุก เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์ทุกสาย ไม่ว่าจะสายสุขภาพ สายกิจกรรม สายชอป หรือสายมู พร้อมจับมือวาโก้ จัดกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งทรวงอก ผ่านแคมเปญ “LOVE THROUGH CARE: Hat for Heart หนึ่งหมวก หนึ่งกำลังใจ” ที่เปิดให้พนักงานตกแต่งหมวกสุดสร้างสรรค์เพื่อมอบและเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยมะเร็ง  ต่อด้วยความรู้ด้านสุขภาพจากกิจกรรม “LOVE YOUR WELLBEING” Health Talk ตอน “มะเร็งวายร้าย…วัยรัก” โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวช ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับโรคมะเร็งที่พบในผู้หญิงให้พนักงานรับชมผ่านช่องทางออนไลน์   
 
นอกจากนี้ยังมีโซนกิจกรรมที่ร่วมสนุกกันได้ทั้งวัน ได้แก่  
LOVE YOUR ENERGY ค้นหาแพทเทิร์นพลังงานของตัวเองผ่าน Human Design: Know Your Energy พร้อมเวิร์กชอปเข้าใจง่าย   
LOVE YOUR FUTURE ตรวจดวงชะตากับผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์   
LOVE YOUR LIFE ชอปเพลินกับสินค้าแบรนด์ดัง ที่ AIA Market  
พร้อมบูธจาก MSD ให้ความรู้เรื่องวัคซีน HPV เพื่อสุขภาพในระยะยาว  
 
กิจกรรม “LOVE YOUR VIBES” ครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจของเอไอเอในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เต็มไปด้วยพลังบวก ความรู้ที่เป็นประโยชน์ และไลฟ์สไตล์ที่ช่วยให้พนักงานดูแลตัวเองได้ดียิ่งขึ้น ทั้งกาย ใจ และอนาคตของตัวเองและคนรอบข้าง 

 

จันทร์เพ็ญ จารุจำรัส (เอ็ม) สำนักข่าว ข่าวไทยนิวส์ ข่าว  
สุทธิชัย อุปปะ (เต็ม) บก.สำนักข่าว ข่าวไทยนิวส์ T.092 910 8932 รายงาน 

ท่องแดนอีสาน สักการะ 7 พระธาตุเลื่องชื่อ

ไม่มีความคิดเห็น :

พระมหาธาตุแก่นนคร

วัดหนองแวง อ.เมือง จ.ขอนแก่น สร้างขึ้นในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และมหามังคลานุสรณ์ 200 ปี แมืองขอนแก่น เป็นศิลปะแบบทวารวดีผสมผสานศิลปะอินโดจีน องค์พระธาตุ มี 9 ชั้น สูง 80 เมตร มีพระจุลธาตุ 4 มุม ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วพญานาค 7 เศียร ภายในรวบรวมคัมภีร์สำคัญทางพระพุทธศาสนา บานประตูและหน้าต่างแกะสลักเป็นภาพชาดก ภาพพระพุทธประวัติและรูปพรหม 16 ชั้น ชั้นบนสุดกลางบุษบกเป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

อานิสงฆ์ที่ได้รับ : ก้าวหน้าเจริญรุ่งเรือง เปรียบดังบูชาองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
การเดินทาง พระมหาธาตุแก่นนคร ตั้งอยู่ริมบึงแก่นนคร บริเวณใจกลางเมืองขอนแก่น

 พระธาตุขามแก่น

วัดเจติยภูมิ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น สร้างขึ้นประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านขาม ตามประวัติกล่าวว่า โมริยกษัตริย์ เจ้าเมืองโมรีย์ ซึ่งเป็นเมืองอยู่ในอาณาเขตของประเทศกัมพูชา มีความประสงค์ที่จะนำพระอังคารของพระพุทธเจ้า มาบรรจุพระธาตุพนม จึงโปรดเกล้าให้พระอรหันต์และพระเถระเจ้าคณะรวม 9 องค์ นำขบวนอัญเชิญพระอังคารมาในครั้งนี้ เมื่อผ่านมาถึงดอนมะขามแห่งหนึ่ง ซึ่งมีต้นมะขามใหญ่ที่ตายแล้วเหลือแต่แก่น เนื่องจากเป็นเวลาพลบค่ำ และบริเวณนี้ภูมิประเทศราบเรียบดีจึงหยุดคณะพัก รุ่งเช้าจึงเดินทางต่อไปถึงภูกำพร้า ปรากฏว่าพระธาตุพนมได้สร้างเสร็จแล้ว จึงนำพระอังคารธาตุกลับ แต่เมื่อเดินทางผ่านดอนมะขามอีกครั้ง ปรากฏว่าแก่นมะขามที่ตายแล้วนั้น กลับมายืนต้นแตกกิ่งก้านผลิใบเขียมชอุ่มเป็นที่น่าอัศจรรย์ คณะอัญเชิญพระอังคารธาตุจึงพร้อมใจกัน สร้างเจดีย์ครอบต้นมะขามนี้ พร้อมกับนำพระอังคารธาตุและพระพุทธรูปบรรจุไว้ในองค์พระธาตุ และให้นามว่า พระธาตุขามแก่น มาจนทุกวันนี้
อานิสงส์ที่ได้รับ : เรื่องร้ายกลายเป็นดี ดุจดังแก่นขามตายแล้วฟื้น
การเดินทางใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 209 (ขอนแก่น-กาฬสินธุ์) ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 12 กิโลเมตร เมื่อข้ามลำน้ำพอง เลี้ยวซ้ายเข้าบ้านโคกสี ไปอีกประมาณ 14 กิโลเมตร หรืออีกเส้นทางหนึ่ง ไปตามถนนกสิกรทุ่งสร้าง-ค่ายศรีพัชรินทร์-บ้านโคกท่า ถึงสะพานข้ามแม่น้ำพอง เลี้ยวขวาจะเจอป้ายไปพระธาตุขามแก่น อีกประมาณ 10 กิโลเมตร

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล

วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด พระเจดีย์ใหญ่สถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่าง แบบองค์ปฐมเจดีย์ และพระธาตุพนม สูง 6 ชั้น ยอดฉัตรทองคำ มีความกว้าง ยาว สูง อย่างละ 101 เมตร รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็ก 8 ทิศ สร้างในเนื้อที่ 101 ไร่ บนยอดภูเขาเขียว แนวเทือกเขาภูพาน สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงาม
แต่ละชั้นของพระมหาเจดีย์ ถูกตกแต่งอย่างวิจิตรงดงาม ประดิษฐานรูปสลักหินทรายของพระคณาจารย์ ปราชญ์อีสานในอดีต และหุ่นรูปเหมือนพระสุปฏิปันโนในจำนวน 101 องค์ รวมทั้งเป็นพิพิธภัณฑสถาน ซึ่งเก็บรวบรวมอัฏฐะบริขารของหลวงปู่ศรีมหาวีโร ผู้ดำเนินการสร้างพระมหาเจดีย์อีกด้วย ชั้นบนสูงสุดเป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รวมยอดทองคำเป็น 109 เมตร ใช้ทองคำหนักประมาณ 60 กิโลกรัม ภายในองค์พระมหาเจดีย์เหมือนอยู่บนวิมานแดนสวรรค์

อานิสงส์ที่ได้รับ : ท่วมม้นชัยชนะ ด้วยพระพุทธานุภาพแห่งองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า
การเดินทางใช้เส้นทางสายร้อยเอ็ด-อำเภอโพนทอง-อำเภอหนองพอก ระยะทาง 82 กิโลเมตร จากตัวเมืองร้อยเอ็ด ตามทางหลวงหมายเลข 2044 และ 2136
 

พระธาตุยาคู

ตั้งอยู่ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เป็นเจดีย์ที่ใหญที่สุดในเมืองฟ้าแดดสงยาง ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมก่อด้วยอิฐ ปรากฏการก่อสร้าง 3 สมัย ด้วยกันคือ ส่วนฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม มีบันไดทางขึ้น 4 ทิศ มีปูนปั้นประดับสร้างในสมัยทวารวดี ถัดขึ้นมาเป็นฐานรูปแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ขนาดฐานกว้าง 10 เมตร ยาว 10 เมตร ซึ่งสร้างซ้อนทับบนฐานเดิมเป็นรูปแบบเจดีย์ในสมัยอยุธยา ส่วนองค์ระฆังและส่วนยอดสร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ สร้างซ้อนกันเป็นลักษณะแบบจตุรมุขสูงจากฐานถึงยอด 15 เมตร รอบๆ องค์พระธาตุพบใบเสมาแกะสลักภาพนูนต่ำเรื่องราวพระพุทธประวัติ ชาวบ้านเชื่อกันว่า ในองค์พระธาตุบรรจุอัฐิของพระเถระผู้ใหญ่ ที่ชาวเมืองเคารพนับถือ (“ญาคู” ภาษาอีสานหมายถึง พระสงฆ์ผู้ใหญ่ในวัด)
เมื่อเมืองเชียงโสมชนะสงคราม ได้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองฟ้าแดด แต่ไม่ได้ทำลายพระธาตุยาคู จึงเป็นโบราณสถานที่ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ชาวบ้านจะจัดให้มีงานประเพณีสรงน้ำพระธาตุยาคูเป็นประจำทุกปี ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 (ประมาณเดือนพฤษภาคม) เพื่อความร่มเย็นให้กับหมู่บ้าน
อานิสงส์ที่ได้รับ : ร่มเย็นเป็นสุข
การเดินทาง
ใช้เส้นทางหมายเลข 214 (กาฬสินธุ์-ร้อยเอ็ด) ระยะทาง 13 กิโลเมตร ถึงอำเภอกมลาไสย เลี้ยวขวาตามทางหลวงหมายเลข 2367 ระยะทาง 7 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าซอยอีกประมาณ 400 เมตร


 พระธาตุนาดูน

อ.นาดูน จ.มหาสารคาม พุทธมณฑลแห่งอีสาน เป็นเขตที่มีการขุดหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีที่แสดงถึงความเจริญรุงเรืองในอดีต เพราะบริเวณนี้ได้เคยเป็นที่ตั้งของนครจำปาศรีมาก่อน โบราณวัตถุต่างๆ ที่ค้นพบได้นำไปแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดขอนแก่น และที่สำคัญยิ่งก็คือ การขุดพบสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในตลับทองคำ เงิน สำริด ซึ่งสันนิษฐานว่ามรอายุอยูในพุทธศตวรรษที่ 13-15 สมัยทวารวดี ต่อมาจึงได้สร้างพระธาตุนาดูนขึ้น ซึ่งจำลองแบบจากสถูปทองสำริดที่ขุดพบในเนื้อที่ 902 ไร่ โดยบริเวณรอบๆ จะมีพิพิธภัณฑ์ทางศาสนาและวัฒนธรรม สวนรุกขชาติ สวนสมุนไพร ซึ่งตกแต่งให้เป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา
อนิสงส์ที่ได้รับ : เพิ่มพูนบารมี
การเดินทาง
ใช้เส้นทางหมายเลข 2040 ผ่านอำเภอแกดำ อำเภอวาปีปทุม แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2045 ถึงอำเภอนาดูน ทางลาดยางตลอด ห่างจากตัวเมืองประมาณ 65 กิโลเมตร

พระธาตุเชิงชุม

อ.เมือง จ.สกลนคร ตั้งอยู่ในวัดพระธาตุเชิงชุม ในเขตเทศบาลเมืองสกลนคร เป็นปูชนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมืองสกลนคร มาแต่โบราณ มีซุ้มประตู 4 ด้าน สร้างครอบรอยพระพุทธเจ้า 4 พระองค์ คือ
1. พระพุทธเจ้ากกุสันธะ
2. พระพุทธเจ้าโกนาคม
3. พระพุทธเจ้ากัสสปะ
4. พระพุทธเจ้าโคตมะ
ภายในวิหารพระธาตุเชิงชุมเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระองค์แสน พระพุทธรูปปางมารวิชัย เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวสกลนคร
อานิสงส์ที่ได้รับ : ความดีใจ ความปิติยินดี รับบุญกุศล เจริญในหน้าที่การงาน
การเดินทางอยู่ในเขตเทศบาลเมืองสกลนคร ทางไปสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ (สระพังทอง)

พระธาตุพนม

อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุพนม ตามตำนานกล่าวว่าผู้สร้าง คือ พระมหากัสสปะ พระอรหันต์ 500 องค์ แล้วท้าวพระยาเมืองต่างๆ ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธาตุพนมถือเป็นพระธาตุปีเกิดของคนเกิดปีวอก และเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์
อานิสงส์ที่ได้รับ : มีความเจริญรุ่งเรือง มีบุญบารมี และผู้คนเคารพนับถือ
การเดินทาง
ใช้เส้นทาง นครพนม-ธาตุพนม เส้นทางหมายเลข 212 ห่างจากจังหวัด ประมาณ 53 กิโลเมตร อยู่ในเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม

ขอบคุณข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาคอีสาน
เรียบเรียงโดย Travel MThai

UNSEEN ROI ET อ่างเก็บน้ำห้วยวังนอง อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด

ไม่มีความคิดเห็น :
      
อ่างเก็บน้ำห้วยวังนอง เป็นอ่างเก็บน้ำที่อยู่ระหว่าง ตำบลภูเขาทอง อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด และอำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์




พระมหาธาตุแก่นนคร (พระธาตุเก้าชั้น) วัดหนองแวงเมืองเก่า ขอนแก่น

ไม่มีความคิดเห็น :
     

     ประวัติวัดหนองแวงพระอารามหลวง ตั้งอยู่ที่ถนนกลางเมือง ริมบึงแก่นนคร อำเภอเมือง ภายในวัดหนองแวงเมืองเก่าซึ่งเป็นพระอารามหลวง มีพระมหาธาตุแก่นนคร หรือ พระธาตุเก้าชั้นฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 50 เมตร เรือนยอดทรงเจดีย์จำลองแบบจากพระธาตุพนม จัดสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และ มหามังคลานุสรณ์ 200 ปี เมืองขอนแก่น ความสูงขององค์พระธาตุฯ 80 เมตร มีพระจุลธาตุ 4 องค์ ตั้งอยู่ 4 มุมและมีกำแพงแก้วพญานาค 7 เศียรล้อมรอบ เป็นศิลปะสมัยทวาราวดี ผสมผสานศิลปะอินโดจีน ซึ่งเป็นลักษณะแบบชาวอีสานปากแห วัดหนองแวง เดิมชื่อวัดเหนือ ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2332 พร้อมกับวัดกลาง และวัดธาตุ โดยท้าวเพียเมืองแพน เจ้าเมืองคนแรก ณ บ้านบึงบอน (บึงแก่นนคร) พ.ศ. 2354 ท้าวจามมุตร ท้ายเพียเมืองแพน เจ้าเมืองคนที่ 2 ได้ย้ายเมืองไปอยู่บ้านดอนพันชาติ เขตเมืองมหาสารคาม (บ้านโนนเมือง ตำบลแพง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม) บ้านบึงบอนจึงกลายเป็นเมืองเก่าตั้งแต่นั้นมา ปัจจุบันตั้งอยู่ เลขที่ 593 ถนนกลางเมือง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2442 โดยพระยานครศรีบริรักษ์(อู๋) และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2527 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร มีเนื้อที่ดินที่ตั้งวัด 26 ไร่ 65 ตารางวา โดยมีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์เป็นโฉนด 713 เลขที่ 28 หน้าสำรวจ 794 เล่มที่ 8 หน้า 13 ลักษณะพื้นที่ตั้งวัดและบริเวณโดยรอบเป็นที่ราบเรียบ เป็นลักษณะ 6 เหลี่ยม มีหมู่บ้านล้อมรอบสามด้าน และมีบึงแก่นนครอยู่ทางทิศตะวันออกของวัด เคยได้รับรางวัล เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ปี พ.ศ. 2524 เป็นวัดพัฒนาดีเด่น ปี พ.ศ. 2526 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกฐานะขึ้นเป็น พระอารามหลวง ปี พ.ศ. 2527   ภายในองค์พระมหาธาตุแก่นนคร 9 ชั้น   ชั้นที่ 1 เมื่อเดินขึ้นภายในพระธาตุบริเวณชั้นแรก เป็นหอประชุมมีพระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐานอยู่บนบุษบกและพระประธาน 3 องค์อยู่ตรงกลาง ท่านจะพบกับที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ส่วนอุรังคธาตุ (ส่วนอก) และพระธาตุของพระสาวกประมาณ ๑๐๐ องค์ ที่บรรจุอยู่ในโถแก้ว จะอยู่ในตู้กระจกด้านซ้ายมือของที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธเจ้า ถัดจากโถงตรงกลางมาด้านซ้ายมือประมาณสองเมตร จะเป็นโต๊ะที่เตรียมไว้สำหรับตักบาตร ที่เรียกว่า “ ตักบาตร 108” โดยใช้เหรียญในการตักบาตรนั้น ทั้งนี้เชื่อว่าหากใครได้ตักบาตร ซึ่งสมมติว่าเป็นตัวแทนพระสาวกของพระพุทธเจ้า ทั้ง 108 องค์ และจะเกิดความเป็นศิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว เมื่อเดินตรงไปจะเห็นพระประจำวันเกิดมี่ทางวัดนำมาประดิษฐานไว้ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวได้สักการะพระพุทธรูปประจำวันเกิดของตนเอง เพื่อความเป็น ศิริมงคลต่อตนเอง และเมื่อบูชาพระประจำวันเกิดเรียบร้อยแล้ว หากใครต้องการจะทำนายโชคชะตาด้วยตนเอง ก็สามารคเสี่ยงเซียมซีหรือยกช้างทองเหลือง เพื่อเสี่ยงทายว่าจะสมดังปรารถนาหรือไม่   ชั้นที่ 2 เป็นพิพิธภัณฑ์ของชาวอีสาน โดยเก็บรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ในอดีตที่ค่อนข้างหาดูได้ยากในปัจจุบัน พร้อมทั้งทีการวาดลวดลายบนผนังที่เกี่ยวกับข้องห้ามของคนอีสาน ที่เรียกว่า “คะลำ” ซึ่งเป็นแนวประพฤติตนในการอยู่ร่วมกันของชาวอีสาน โดยแต่ละภาพก็หมายถึงข้อห้ามแต่ละข้อ ซึ่งมีทั้งหมด 35 ข้อ   ชั้นที่ 3 เป็นหอปริยัติ บานประตูหน้าต่างเขียนลวดลายเบญจรงค์และภาพแกะสลักนิทานเรื่องนางผมหอม เป็นนิทานที่ได้เล่าสืบต่อกันมาแต่โบราณของชาวอีสาน และในชั้นที่สามนี้ได้รวบรวมตาลปัตร พัดยศ และเครื่องอัฐบริขารของพระภิกษุสงฆ์ที่มีชื่อเสียงในจังหวัดขอนแก่น   ชั้นที่ 4 เป็นหอปริยัติธรรม ภายในมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมของเก่า บานประตูหน้าต่าง ภาพพระประจำวันเกิด เทพประจำทิศ   ชั้นที่ 5 เป็นหอพิพิธภัณฑ์ มีบริขารของหลวงปู่พระครูปลัดบุษบา สุมโน อดีตเจ้าอาวาสวัดบานประตูหน้าต่างแกะสลักภาพพุทธชาดก   ชั้นที่ 6 เป็นหอพระอุปัชฌาจารย์ บานประตูหน้าต่างแกะสลักนิทานชาดกเรื่องเวสสันดร   ชั้นที่ 7 เป็นหอพระอรหันต์สาวก บานประตูหน้าต่างแกะสลักนิทานเรื่องพระเตมีย์มีใบ้   ชั้นที่ 8 เป็นหอพระธรรม เป็นที่รวบรวมพระธรรม คัมภีร์สำคัญทางพระพุทธศาสนามีพระไตรปิฏก บานประตูแกะสลักรูปพรหม 16 ชั้น ฯลฯ   ชั้นที่ 9 เป็นหอพระพุทธ ตรงกลางมีบุษบก เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า บานประตูแกะสลักภาพ 3 มิติ รูปพรหม 16 ชั้น และสามารถชมทัศนียภาพของตัวเมืองขอนแก่นได้ทั้ง 4 ด้าน โดยเฉพาะทางด้านทิศตะวันออกสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของบึงแก่นนครที่สวยงาม   ใช่แล้วครับที่ต้องไปวัดหนองแวงพระอารามหลวงเพราะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และชั้นที่ ๙ นอกจากจะเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าแล้วเรายังจะได้ชมวิวของเมืองขอนแก่นที่สวยงามอีกด้วย   

แผนที่ https://goo.gl/maps/n8jsbu2tUp22 ภาพโดย คุณ Yesman http://forum.khonkaenlink.info/index.php?topic=17419132.0 และ คุณอิสระ ทับบุญ http://forum.khonkaenlink.info/index.php?topic=17260638.0 .... ดูต่อได้ที่ : http://www.khonkaenlink.info/home/news/3992.html

ร้อยเอ็ดมีมากกว่าที่คุณคิด

ไม่มีความคิดเห็น :

พกไปเเค่ร้อย ได้กลับมาเป็นล้าน ร้อยเอ็ดมีมากกว่าที่คุณคิด



ร้อยเอ็ด สืบสานประเพณีบุญสรงกู่ สืบทอดมานานเกือบ 300 ปี

ไม่มีความคิดเห็น :
     
จัดงานประเพณีบุญสรงกู่ ตามที่ได้มีการบอกเล่าสืบต่อกันมา ได้ทำการสืบทอดมานานเกือบ 300 ปีแล้ว โดยยึดถือเอาวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี เป็นวันจัดงาน ในสมัยก่อนถือว่า ช่วงเดือน 5 ของทุกปี เป็นการจัดงานวันขึ้นปีใหม่ พิธีจะจัดตลอดวัน  ตลอดคืน มีพิธีปิดทอง สรงน้ำพระพุทธรูป สรงน้ำพระสงฆ์ และรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ ชาวบ้านมีความเชื่อว่า เมื่อได้มาทำบุญเดือน 5 แล้วจะอยู่ดีมีสุข
วันนี้(11 เมษายน 2560) เวลา 09.30 น. ณ โบราณสถานปรางค์กู่ (วัดศรีรัตนาราม) บ้านปรางค์กู่ หมู่ 9 ตำบลมะอึ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอธวัชบุรี ร่วมกับสภาวัฒนธรรมอำเภอธวัชบุรี เทศบาลตำบลมะอึ และประชาชนชาวตำบลมะอึ จัดงานประเพณีบุญสรงกู่ ประจำปี 2560 เพื่อเป็นการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น สร้างความรัก ความสามัคคี ร่วมมือ ร่วมใจของคนในชุมชนตำบลมะอึ  และเพื่อเป็นการส่งเสริมการศึกษาเรียนรู้ ย้อนร้อย แหล่งศิลปวัฒนธรรมขอมโบราณ รูปแบบวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณี ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสมัยโบราณ อันจะสร้างความภูมิใจ จิตสำนึกในการรักษาวัฒนธรรมประเพณี และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดร้อยเอ็ด
การจัดงานประเพณีบุญสรงกู่ ตามที่ได้มีการบอกเล่าสืบต่อกันมา ได้ทำการสืบทอดมานานเกือบ 300 ปีแล้ว โดยยึดถือเอาวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี เป็นวันจัดงาน ในสมัยก่อนถือว่า ช่วงเดือน 5 ของทุกปี เป็นการจัดงานวันขึ้นปีใหม่ พิธีจะจัดตลอดวัน  ตลอดคืน มีพิธีปิดทอง สรงน้ำพระพุทธรูป สรงน้ำพระสงฆ์ และรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ ชาวบ้านมีความเชื่อว่า เมื่อได้มาทำบุญเดือน 5 แล้วจะอยู่ดีมีสุข
สำหรับการจัดงานประเพณีบุญสรงกู่ ปีนี้ พระครูสุวรรณ จันทะรังสี เจ้าคณะตำบลมะอึ เจ้าอาวาสวัดมะอึ บ้านมะอึ หมู่ 8 อำเภอธวัชบุรี ประธานสงฆ์ ให้ศีลผู้มาร่วมงาน สมมาทานรับศีล มัคคุเทศก์น้อย โรงเรียนชุมชนบ้านยางกู่ นำเสนอสถานที่ท่องเที่ยว 3 ภาษา  พิธีเปิดงานประเพณีบุญสรงกู่ ประจำปี 2560 โดยนายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานด้วยระบบไฮเทค จุดบั้งไฟม้าวิ่งตามราวเปิดป้ายงาน พิธีบวงสรวงโดยพราหมณ์นำกล่าวคำบวงสรวง นางรำบูชารำบูชาปรางค์กู่  ประธานนำสรงน้ำพระพุทธรูปภายในปรางค์กู่ เสร็จแล้วถวายเครื่องไทยธรรม ถวายภัตตราหารปิ่นโต แด่พระสงฆ์ 10 รูป พระสงฆ์อนุโมทนา และปะพรมน้ำพระพุทธมนต์  สุดท้าย ผู้มาร่วมงานรดน้ำขอพรผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นเสร็จพิธี
งานนี้ มีโรงครัวสนามจาก ร.16 พัน 1 ค่ายประเสิฐสงคราม และห้างร้าน บริษัท ชมรม มูลนิธี และพุทธศาสนิกชนชาวร้อยเอ็ด จังหวัดใกล้เคียงและกรุงเทพมหานคร มาตั้งโรงทานเลี้ยงผู้มาเที่ยวงานเป็นจำนวนมาก
////////////////////////////////////
ชัยสิทธิ์-ข่าว/เกรียงศักดิ์-ภาพ/08-1574-1658